สหรัฐอเมริกา ยุ่ง! เจอเด็กป่วยด้วยโรคปัญหา “อวัยวะอักเสบหลายจุด” 15 เมืองทั้งประเทศ

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2563) สำนักข่าว อินดีเพนเดนซ์ แถลงการณ์ว่า นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการเมืองนิวยอร์กรายงานในงานแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2563 ว่า ในตอนนี้ข้าราชการใน 15 เมือง แล้วก็นิวยอร์ก รวมทั้งอีก 5 ประเทศในยุโรป กำลังสำรวจกรณี เด็กเจ็บไข้กรุ๊ปอาการ ‘ท็อกสิกข์ ช็อกกับเจ็บไข้โรคปัญหาคล้ายกับ โรคคาวาซากิที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการวัยะอักเสบจำพวกหายาก ซึ่งมักกำเนิดกับเด็กอายุ 5 ขวบหรือน้อยกว่า ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้รับเชื้อวัววิด-19 ไหม

นายคูโอโมกล่าวว่า ในเมืองนิวยอร์กเจอเด็กมีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ถึง 102 ราย กระจายตัวทั่วเมือง โดยราว 60% ในปริมาณนี้ติดโรควัววิด-19 ในช่วงเวลาที่ราว 70% จำเป็นต้องเข้ารับการดูแลและรักษาในห้องห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล รวมทั้ง 19% จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เสียชีวิตไป 3 คนเป็นเด็กผู้ชายวัย 5 ขวบ, เด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ รวมทั้งวัยรุ่นหญิงวัย 18 ปี

ความน่าจะเป็นไปได้ที่กรุ๊ปอาการอักเสบในหลายอวัยวะนี้ บางทีอาจเชื่อมโยงกับการรับเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรนาสาพันธ์ุใหม่ ก่อให้เกิดความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจในกรุ๊ปข้าราชการการแพทย์มากมาย เนื่องด้วยเด็กออกอาการไม่เหมือนกับผู้ติดโรควัววิด-19 ทั่วๆไปอย่างสิ้นเชิง โดยตามเดิมแล้ว เชื้อไวรัสตัวนี้มักโจมตีระบบฟุตบาทหายใจส่วนบน กระตุ้นให้เกิดอาการไอ หรือหายใจไม่สะดวก แต่ว่ากรุ๊ปอาการอักเสบในหลายอวัยวะ กระตุ้นให้เกิดอาการบวมแดงตามเส้นโลหิตของร่างกายแทน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ขณะนี้โรงหมอในนิวยอร์ก จำเป็นต้องขอรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขประจำเมือง ว่ามีเด็กผู้ใดกันแน่ที่ออกอาการเจ็บไข้เหมือนโรคคาวาซากิหรือกรุ๊ปอาการท็อกสิกข์ ช็อก ไหม ในขณะที่ทางศูนย์ควบคุมและก็คุ้มครองปกป้องโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกา ขอให้ทางการเมืองนิวยอร์กทำทางปฏิบัติสำหรับเมือง และก็โรงหมออื่นๆเพื่อช่วยเหลือพวกเขาสำหรับการเจาะจงผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกัน

ดังนี้ เป็นที่เชื่อกันมาตลอดว่า เด็กมีการเสี่ยงป่วยไข้ร้ายแรงจากเชื้อไวรัสวัววิด-19 น้อยกว่าคนแก่ แล้วก็คนที่แก่ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงคนที่มีลักษณะอาการป่วยไข้เรื้อรัง เป็นกรุ๊ปที่มีการเสี่ยงมากยิ่งกว่า แม้กระนั้น นายคูโอโมกล่าวว่า “หนึ่งในข่าวดีที่เคยมีเป็น เด็กจะมิได้รับผลพวง แม้กระนั้นในเวลานี้พวกเรายังไม่แน่ใจแล้วว่า หัวข้อนี้เป็นความใช่หรือไม่

Author: cemeqiuonline.club